ไม่ใช่ปีของ “เอล โชโล่”

    “เอล โชโล่” คือฉายาของดิเอโก้ ซิเมโอเน่ อดีตกองกลางของทีมชาติอาร์เจนติน่า ที่ผันตัวมาเป็นกุนซือ และกำลังทำทีมแอตเลติโก มาดริด ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมตั้งแต่ที่เขาเข้ามาคุมทีมในเมืองหลวงของประเทศสเปนตั้งแต่เดือนธันวาคมปี 2011 ซึ่งเขาเข้ามาทำทีมแอตเลติโก มาดริด จากเป็นทีมที่มักจะทำอันดับอยู่กลางตารางในแต่ละฤดูกาล กลายมาเป็นทีมระดับหัวแถวของตาราง จนสามารถคว้าแชมป์ลา ลีก้าสเปนได้สำเร็จด้วย เมื่อฤดูกาล 2013-2014 ที่เฉือนบาร์เซโลน่าคว้าแชมป์ไปได้สำเร็จ และหลังจากนั้นดิเอโก้ ซิเมโอเน่ก็พาทีมแอตเลติโก ประสบความสำเร็จมาโดยตลอด โดยมีแชมป์ติดมืออยู่เป็นระยะ ซึ่งพวกเขาได้เข้าชิงยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกถึง 2 ครั้งด้วย แต่ก็ไปพลาดท่าให้กับเรอัล มาดริด คู่ปรับร่วมเมืองทั้ง 2 ครั้ง 2 ครา แต่เมื่อฤดูกาลที่แล้วกุนซือวัย 48 ปีก็สามารถพาแอตเลติโก มาดริด คว้าแชมป์ฟุตบอลยุโรปได้สำเร็จ ถึงแม้ว่าจะเป็นแชมป์ยูโรป้า ลีกก็ตาม โดยการเอาชนะโอลิมปิก มาร์กเซย ทีมดังของฝรั่งเศสไปได้อย่างขาดลอย 3-0 และในช่วงก่อนเปิดฤดูกาลนี้พวกเขาก็พึ่งคว้าแชมป์ยูฟ่ ซุเปอร์ คัพ ด้วยการเอาชนะเรอัล มาดริดได้สำเร็จในช่วงต่อเวลาพิเศษ 4-2 ด้วย และทำให้ซิเมโอเน่ กลายเป็นกุนซือที่ทำทีมแอตเลติโก มาดริดประสบความสำเร็จคว้าแชมป์มากที่สุดในประวัติศาสตร์ของสโมสรอีกด้วย

ฤดูกาลนี้ดูเหมือนว่าดิเอโก้ ซิเมโอเน่ เริ่มจะมีปัญหาในการคุมทีมแอตเลติโก มาดริดเสียแล้ว ทั้งๆ ที่ในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา ก็ได้มีการซื้อนักเตะเข้ามาเสริมทีมหลายรายทีเดียว และถูกมองว่ามีโอกาสจะก้าวขึ้นไปเป็นผู้ท้าชิงกับบาร์เซโลน่า และเรอัล มาดริด ในการลุ้นแย่งแชมป์ลา ลีก้าสเปนในฤดูกาลนี้ด้วย แต่ผลปรากฏว่า 4 นัดแรกของฤดูกาล ทีม “ตราหมี” สามารถเก็บชัยชนะไปได้เพียงแค่นัดเดียวเท่านั้น ในนัดที่เปิดรังเอาชนะราโย บาเญกาโน่ ทีมน้องใหม่ในฤดูกาลนี้ไปได้ 1-0 จากประตูชัยของอองตวน กรีซมันน์ แต่นอกนั้นกลับไม่สามารถเก็บชัยชนะได้เลย โดยเป็นการเสมอไป 2 นัด กับการบุกไปเสมอกับบาเลนเซีย 1-1 และทำได้เพียงแค่เสมอกับเออิบาร์ 1-1 ซึ่งพวกเขามาตามตีเสมอได้ในช่วงทดวลาบาดเจ็บเสียด้วยซ้ำ ทำให้เริ่มมีเสียงโห่ออกมาในสนามว่านต๋า เมโทรโปลิตาโน่ สนามเหย้าแห่งใหม่ของแอตเลติโก มาดริดแล้วด้วย ซึ่งอาจจะต้องให้เวลาดิเอโก้ ซิเมโอเน่อีกซักนัดในการปรับจูนนักเตะใหม่