“ตราหมี” ได้ลุ้นเต็มตัว

    การเสริมทีมในตลาดนักเตะช่วงปิดฤดูกาลถือว่ามีความสำคัญอย่างมากกับแนวการในฤดูกาลนั้นๆ และรวมถึงเป้าหมายที่เหล่าสโมสรต่างๆ ตั้งเป้าจะไปให้ถึงก็ต้องดูความเป็นไปได้จากซื้อตัวจากตลาดนักเตะด้วย โดยฤดูกาลนี้แอตเลติโก มาดริด ทีมจากเมืองหลวงของประเทศสเปน มีการเสริมทีมได้อย่างน่าสนใจมาก ทั้งในด้านคุณภาพและปริมาณ รวมถึงจำนวนเงินที่ลงทุนไปที่คุ้มค่าทีเดียวกับนักเตะที่ได้มาเสริมทีม และพวกเขาน่าจะมีเป้าหมายที่จะคว้าแชมป์ลา ลีก้าได้ในฤดูกาลนี้ เพราะซัมเมอร์นี้พวกเขาลงทุนไปเกือบ 90 ล้านปอนด์แล้ว ซึ่งคงจะต้องหวังให้สูงขึ้น เพราะหากไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงนักเตะ ทีม “ตราหมี” ก็มีโอกาสได้อันดับ 3 ของลา ลีก้าอยู่แล้ว แต่การใช้งบประมาณไปขนาดนี้ คงจะไม่ได้ต้องการมาเป็นเบี้ยล่างของ 2 มหาอำนาจลูกหนังฟุตบอลสเปนอย่างเรอัล มาดริด และบาร์เซโลน่าอีกแล้ว

โดยทีมของดิเอโก้ ซิเมโอเน่ มีจุดเนอยู่แล้วเรื่องของความเหนียวแน่นในเกมรับ ทำให้พวกเขาก็เสริมในตำแหน่งเกมรับแค่เล็กน้อย ซึ่งส่วนใหญ่คงเอามาเป็นอะไหล่มากกว่า รวมถึงนายทวารอย่างอันโตนิโอ อาดานที่ซื้อเข้ามาเป็นมือ 2 ด้วย ส่วนยอร์ดี้ คาสโตร ก็คงเสริมมาเป็นอะไหล่ในแบ็คซ้าย โดยน่าจะเป็นตัวเลือกอันดับที่ 3 ด้วยซ้ำ เพราะทีมมีเฟลิเป้ หลุยส์ และลูก้าส์ เอร์นานเดสอยู่แล้ว และยังมีโรดรี้ มิดฟิลด์ตัวรับมาจากบียาร์เรอัล ด้วยค่าตัว 18 ล้านปอนด์ เพื่อมาแทนที่กาบี เฟร์นานเดส กัปตันทีมคนเก่าที่ย้ายไปขุดทองกับทีมในกาต้าร์แล้ว

แต่ที่เป็นตัวสำคัญคือโตมาส์ เลอมาร์ ปีกซ้ายทีมชาติฝรั่งเศสมาจากโมนาโกด้วยค่าตัวสูงถึง 63 ล้านปอนด์ เพื่อมาลากเลื้อยทางกราบซ้าย และแบ่งเบาภาระของอองตวน กรีซมันน์ กงหน้าคนสำคัญของทีมที่ตัดสินใจอยู่กับทีมต่อไป และอีกรายที่พึ่งได้มาคือเกลสัน มาร์ตินส์ ปีกทีมชาติโปรตุเกส ที่ไปขอยกเลิกสัญญากับสปอร์ติ้ง ลิสบอน ทำให้สามารถย้ายทีมได้แบบไม่มีค่าตัว ซึ่งจะมาเล่นในตำแหน่งปีกขวา โดยอาจจะได้สลับเล่นกับอังเคล กอร์เรอา หรือวิโตโล่ ซึ่งการเสริมทัพทั้งหมดของแอตเลติโก มาดริด เป็นการเสริมทีมในจุดที่เคยมีจุดอ่อนเมื่อฤดูกาลที่แล้วทั้งหมด และยังสามารถรักษานักเตะคนสำคัญให้อยู่กับทีมต่อไปได้ด้วย โดยเฉพาะอองตวน กรีซมันน์ ที่มีข่าวว่าจะย้ายทีมมาตลอด แต่สุดท้ายก็ยังเกลี้ยกล่อมให้อยู่กับทีมต่อไปได้ แต่พวกเขาก็ปล่อยเฟร์นานโด ตอร์เรส ขวัญใจแฟนบอลไปค้าแข้งในญี่ปุ่นแล้ว

มาดริดเปลี่ยนไป

            เรอัล มาดริด เคยถูกเรียกว่า “กาลาคติกอส” ในช่วงที่มีซุเปอร์สตาร์นักเตะระดับโลกอยู่ในทีมมากมายในช่วงต้นทศวรรษที่ 2000 และพวกเขาก็มีนโยบายซื้อซุเปอร์สตาร์เข้ามาประดับบารมีของทีมอยู่ตลอดทุกช่วงซัมเมอร์ โดยมีฟลอเรนติโน่ เปเรซ ประธานสโมสรหน้าเลือดเป็นคนจัดแจงการซื้อขายนักเตะของทีม แต่ดูเหมือนว่านโยบายการซื้อขายนักเตะในระยะหลังจะเปลี่ยนแปลงไปพอสมควร โดยไม่ได้เน้นการซื้อนักเตะดาวดังเข้ามาเสริมทีม แต่ไปเน้นเป็นการซื้อดาวรุ่งที่มีอนาคตเข้ามาในทีมมากกว่า ซึ่งทำให้พวกเขาใช้เงินน้อยลงกว่าแต่ก่อนมาก และในฤดูกาลนี้ก็เช่นกันที่ถึงแม้พวเขาจะมีข่าวกับนักเตะระดับโลกหลายคน แต่จนถึงตอนนี้ยังไม่มีดาวเตะชื่อก้องโลกเข้ามาในถิ่นซานติอาโก้ เบอร์นาเบวซักคน แต่กลับได้นักเตะดาวรุ่งเข้ามาเสริมทีมหลายรายแล้ว บ้างก็มีดีกรีติดตัวมาด้วย และบางรายก็ถือว่าเข้าขั้นโนเนมเลยด้วยซ้ำ

อัลวาโร่ โอดริโอโซล่า เป็นนักเตะเพียงคนเดียวที่พอจะมีดีกรีเป็นนักเตะทีมชาติสเปน ที่ย้ายมาสู่เมืองหลวงของสเปนด้วยค่าตัว 30 ล้านยูโร โดยแบ็คขวาวัย 22 ปีย้ายจากเรอัล โซเซียดาด ซึ่งเหมือนจะเป็นนักเตะที่จูเลน โลโปเตกี กุนซือคนใหม่ของทีมโปรดปรานเป็นพิเศษ ซึ่งโอดริโอโซล่าได้ถูกเรียกขึ้นมาติดทีมชาติสเปนชุดใหญ่ในยุคที่โลโปเตกียังคุมบังเหียนกุนซือทีมชาติสเปนอยู่เมื่อปีที่แล้ว แต่นอกจากดาวเตะวัย 22 ปีนี้แล้ว นอกนั้น “ราชันย์ชุดขาว” สอยดาวรุ่งเข้ามาอีกเพียง ทั้งวินิซิอุส จูเนี่ยร์ กองหน้าดาวรุ่งชาวบราซิเลี่ยนวัย 18 ปี จากฟลาเมงโก้ในบราซิล ซึ่งมีค่าตัวสูงถึง 40.5 ล้านปอนด์ ซึ่งแพงที่สุดที่เรอัล มาดริดซื้อตัวมาร่วมทีมในซัมเมอร์นี้ โดยเขาถูกยกย่องว่าเป็นโกลเด้น บอยของวงการฟุตบอลบราซิลในยุคนี้เลย ซึ่งดูมีแววจะรุ่งมากทีเดียวจากการลงซ้อมกับเพื่อนร่วมทีมเมื่อไม่นานมานี้ ส่วนอีกรายเป็นอังเดรย์ ลูนิน นายประตูดาวรุ่งจากซอร์ย่า ลูฮานคส์ ทีมเล็กๆ ในยูเครน วัย 19 ปี ด้วยค่าตัว 7.5 ล้านปอนด์ ซึ่งเซ็นต์สัญญากับทีมถึง 6 ปีด้วยกัน โดยลูนินก้าวขึ้นไปติดทีมชาติยูเครนชุดใหญ่เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งค่าใช้จ่ายในการซื้อตัวนักเตะเข้ามาทั้งหมด ยังใช้ไม่ถึงที่พวกเขาปล่อยคริสเตียโน่ โรนัลโด้ออกจากทีมไปให้กับยูเวนตุสรายเดียวด้วยซ้ำ